บ้านสุขภาพดี
บ้านสุขภาพดี
คนในบ้านจะสุขภาพดี ก็ต้องทำให้บ้านมีสุขภาพดีก่อน อันหมายถึง มีโครงสร้างที่แข็งแรงวางแผนก่อสร้างเพิ่มเติมเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อกระดูกบ้านจะได้เป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช่ต่อเติมเสริมดั้งให้บ้าน ที่ดูอย่างไร ก็เป็นส่วนเกิน อีกทั้งในอนาคตจะต้องเกิด อาการร้าวอีกแน่นอน
บ้านสุขภาพดีต้องดูแลทุกส่วนของร่างกายบ้าน ตั้งแต่หลังคาที่เป็นเสมือนศีรษะร่างกายบ้าน ตั้งแต่หลังคาที่เป็นเสมือนศีรษะ ที่ไม่รั่ว ผิวหนังคือการฉาบ ที่ได้มาตรฐานของการผสมเนื้อปูน และการทาสีที่ถูกต้องตามขั้นตอนผิวหนังบ้านจะอยู่ได้นานไม่แตกร่อน ระบบท่อที่เปรียบเสมือนเส้นเลือด ลำไส้เล็กใหญ่ ที่จะต้องไม่มีการอุดตันมีการหมุนเวียน สูบฉีดอย่างเป็นระบบ มีการระบายน้ำสโล้ปที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไม่มีการอุดตันมีการหมุนเวียน สูบฉีดอย่างเป็นระบบ มีการระบายน้ำสโล้ปที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นอับชื้นภายในอาคาร โดยการสำรวจอาคารแก้ปัญหาระบบท่ออย่างต่อเนื่อง
การระบายอากาศของบ้านจำเป็นต้องวางแผนการติดตั้งพัดลมระบายอากาศในทุกจุดที่มีความอับชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องเก็บของ ห้องครัว ห้องหนังสือ การติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศ ที่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งหัวจ่ายเครื่องปรับอากาศภายในห้อง ไม่ให้ลมเย็นโดนตัวเป็นหวัด
บ้านสุขภาพดีจะต้องเกิดจากการวางแผน ออกแบบจากโครงสร้าง การหันทิศหันทางบ้าน รับลม รับแดด การหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร ในส่วนที่รับแดด เช่น ห้องน้ำ และห้องครัว มีการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม โดยมีโจทย์คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ดิน หมายถึง ที่ตั้ง ทำเล สภาพดิน สภาพการทรุดตัวของดิน
น้ำ หมายถึง ฝนที่ตกตามฤดูกาล สถานการณ์น้ำท่วมในบริเวณนั้น
ลม หมายถึง ทิศทางลมที่กระทบตัวอาคาร ตามภูมิประเทศของแต่ละภูมิภาค
ไฟ หมายถึง แสงแดด แสงสว่างที่กระทบกับตัวอาคาร
ถ้าสามารถออกแบบบ้านให้ครบทั้ง 4 อย่างนี้ก็จะถือว่าเป็นบ้านสุขภาพดีแน่นอน
บ้านสุขภาพดีต้องได้รับการกรองอากาศที่เข้าสู่ตัวบ้านด้วยต้นไม้ รวมถึงกรองเสียง และมลภาวะอื่นๆ ดังนั้นการจัดสวนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญสำหรับบ้านสุขภาพดี การเลือกวัสดุุที่ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค เช่น ผ้าในตำแหน่งที่ไม่ควรใช้ พรมในจุดที่อับชื้นได้ง่าย กระเบื้องที่มีร่องลึกเก็บสิ่งสกปรกได้ง่าย และวัตถุผิวขรุขระทำความสะอาดได้ยาก เป็นต้น
การกำหนดแสงสว่างที่เพียงพอ ตำแหน่งหลอดไฟที่เหมาะสม ลดตำแหน่งดวงโคมไฟบน
ฝ้าเพดานลงบ้าง โดยติดตั้งโคมไฟติดผนัง หรือตั้งพื้นแทนโดยเฉพาะห้องนอน
การกำหนดสีควรคำนึงถึงอารมณ์ของบ้านที่ไม่แปรปรวน หมายถึง การใช้สีต้องกลมกล่อม พยายามให้ดูสุภาพมีความสดใสได้บ้าง แต่ไม่รุนแรง เพราะโดยสถิติบ้านที่ใช้สีฉูดฉาด รุนแรงเกินไปจะเบื่อง่าย ทำให้ผู้อยู่อารมณ์ไม่ปรกติ สามารถเน้นสีฉูดฉาดได้บ้างบนเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งที่เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนได้ง่าย ตามโอกาสและกาลเทศะ ทั้งนี้อยู่ที่การจับคู่สีที่เหมาะสม
การกำหนดพื้นที่ใช้สอยก็ควรเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้งานก่อนหลังตามจริง แบ่งเป็นโซนให้ชัดเจนทั้งโซนภาพรวมของบ้านและโซนในแต่ละห้อง เช่น ห้องน้ำ ควรมีโซนแห้งและโซนเปียกที่ชัดเจน ห้องนอนควรมีโซนแต่งตัว และโซนนอนที่ต้องพยายามแยกจากกัน เพื่อไม่ให้รบกวนกัน ห้องครัวที่ควรจะแบ่งเรียงลำดับการใช้งานจากตู้เย็น อ่างล้างจาน และเตาตามลำดับ ขนาดสัดส่วนเฟอร์นิเจอร์ต้องได้ระยะ ตามลักษณะความสูงของผู้การก้ม การหยิบของภายในห้องครัว การติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตามการใช้งานการ แบ่งกลุ่ม การใช้งานภายในครัว ตามความจำเป็น และการใช้งานบ่อย ก่อนหรือหลัง เป็นต้น
การออกแบบบ้านให้มีสัดส่วนที่ดีได้องค์ประกอบทางศิลปะ หมายถึง มีร่างกายที่สวยงาม ไม่มีไขมันส่วนเกิน มีการออกแบบรูปร่างหน้าตาที่เข้ารูป หน้าต่าง ประตู หลังคาองค์และประกอบ ของรั้วบ้านที่ประสานกลมกลืน ไปทั้งหลังแสดงถึงบ้านที่มีสุขภาพดีเช่นกัน
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://gotoknow.org/blog/fixhome/219062

digg it
del.icio.us